รายละเอียดบทความ
| ความเข้าใจเกี่ยวกับไข่มุก |
|
ไข่มุกน้ำจืดและไข่มุกญี่ปุ่น วิธีดูง่ายๆ คือ มุกน้ำจืด เนื้อมุกแม้จะมีความเงาและแวววาวน้อยกว่ามุก Akoya หรือมุกญี่ปุ่น แต่ก็มีเนื้อมุกที่เนียนและละเอียดกว่ามุก Akoya ส่วนมุก Akoya นั้นจะมีความเงาและแวววาวมากที่สุดในสายพันธ์มุกทั้งหมด จึงมีราคาที่สูงกว่ามุกน้ำจืดค่อนข้างมาก สังเกตจากรูปที่ 1 คือ (มุกน้ำจืด) รูปที่ 2 คือ (มุกAkoya) รูปที่ 3 คือ (มุก south sea) มูลค่าของไข่มุก ปัจจุบันมักมีความเชื่อและค่านิยมที่ผิดๆ เกี่ยวกับไข่มุกน้ำจืดว่าจะต้องมีราคาที่ถูกกว่ามุก Akoya เนื่องจากมุกน้ำจืดเป็นมุกที่สามารถเกิดและพบได้ง่ายตามแหล่งน้ำทั่วไปแต่ส่วนมักจะมีรูปทรงที่ปิดเบี้ยวไม่กลม หรือกลมไม่สนิท ดังนั้นมุกน้ำจืดที่มีความกลมและขนาดใหญ่จะมีราคาที่ใกล้เคียงหรือแพงกว่ามุก Akoya ทีเดียว เพราะว่าความกลมของไข่มุกนั้นก็ขึ้นอยู่กับขนาดของไข่มุกด้วย กล่าวคือ มุกยิ่งเม็ดใหญ่ยิ่งมีความกลมน้อย (เกิดจากการก่อตัวและสะสมชั้นมุกตามธรรมที่มนุษย์ไม่สามารถบังคับได้)
ไข่มุกเซ้าท์ซี(south sea) ส่วนมุกSouth seaนั้น จะมีเกณฑ์ในการแบ่งเกรดของมุกแตกต่างจากมุกน้ำจืดและมุกAkoya เนื่องจากมุกSouth seaนั้นเป็นพันธ์มุกที่มีขนาดมุกใหญ่ที่สุด ตามที่กล่าวมาแล้วว่ามุกยิ่งเม็ดใหญ่ยิ่งมีความกลมน้อยดังนั้นมุกSouth seaส่วนใหญ่จึงมีความกลมที่ไม่กลมสนิทนัก สาเหตุที่มุกSouth seaมีราคาสูงกว่ามุกชนิดอื่นเพราะ South sea เป็นมุกที่มีความเนียนละเอียดของเนื้อมุกแบบมุกน้ำจืด+มีความเงาและแวววาวอย่างมุก Akoya ประกอบกับระยะเวลาในการสร้างไข่มุกของหอยและความหาได้ยากตามธรรมชาตินั่นเอง (หอย 1ตัว ต่อมุก 1 เม็ด) |
| ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง : ความเข้าใจเกี่ยวกับไข่มุก |
| ผู้ลงบทความ : Bangkokpearls |


